ชีวิต...ง่ายดายเหลือเกิน
posted on 13 Feb 2008 18:56 by a-walee
จริงๆแล้วช่วงนี้งานยุ่งมากมายก็เลยไม่ค่อยได้เม้นบ้านใคร
(ไม่ว่าที่ไหนที่ไปสิงสถิตย์อยู่ทั้งนั้น)
ต้องเตรียมตัวสอบเทสต์ด้วย เรียน14วันได้ A ไม่ได้ให้รู้ไป
(จริงๆติด i-phone ก็บอกเค้าไปสิเมิง -*- )
เมื่อวันก่อนโทรหาเพื่อนคนนนึงในบล็อคนี้แหละ
ว่าจะถามความเป็นไปของเค้า...เห็นเค้าอัพไดนอยด์ๆ
ปรากฎโทรไปแล้วเม้าท์กันยาว 5 ชม.หน่อยๆ
นอนไป 1 ชม.นิดๆก็ต้องขุดตัวเองไปมหาลัยฯ
(คือเรื่องเม้าท์กันมันสนุกและน่ากลัวของบางคนไป)
จากนั้นก็ลืมเรื่องที่เม้าท์กันไปแล้ว...แยกย้ายไป
เรื่องเม้าท์ก็สืบเนื่องจากที่เม้าท์ลงบล็อคหน้าที่แล้ว
จนเมื่อวานนี้มีคนเอาเรื่อองเดิมเรื่องนั้นมาบอกอีก
แต่ดันเป็นอีกมุมที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับใครคนนั้น
ช็อคกว่าเดิมอีก... ไม่ยุ่งด้วยแว้ว กลัวโคตรๆ
คนโรคจิตบางคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองโรคจิต
... และมักพร่ำโทษคนอื่น
เมื่อวานเพื่อน 5 ชม.โทรมาหา
เม้าท์กันอีก 1 ชม.เกือบครึ่ง -*-
... หลอนไปตามๆกัน
เฮ้ออออออออออออออ
แล้ววันนั้นที่คุยกันว่าจะเล่าเรื่องคนโดนรถชนตาย
.... ตายหน้าบ้าน เห็นกะตา ขาขาดเห็นๆ
.... เม้าท์เพลิน ลืมเลย -*-
คือเมื่อวันอาทิตย์กลับมาจากบ้านเพื่อนเลิฟ
ด้วยอาการง่วงสุดฤทธิ์สุดเดช กะว่าถึงบ้านจะนอนให้อิ่ม
เนื่องด้วยทำงานกันตลอด (เล่น Hi 5 เป็นพักๆ...แล้วจะเสร็จมิ?)
คือจริงๆถ่อสังขารจะไปปรู๊ฟงานให้เพื่อน (งานนิตยสาร)
แต่ว่าน่าจะใช้คำว่าตระเวนไปกินมากกว่ากินท๊างงงงวัน
พอกลับถึงบ้านซึ่งเป็นตึกแถว 3 ชั้น (อยู่กัน 2 มนุษย์) ติดถนน
พอลงรถตู้ป๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
มองไปฝั่งข้างบ้าน เงียบบบบบมากกกกกกกกกกก
คือต้องเข้าใจว่าข้างบ้านเป็นผับ กลับถึงบ้าน 3 ทุ่ม
มันไม่ควรจะเงียบชิมิๆๆ
ขณะมองไปก็พบคุณพี่คนนึง
คาดจากสายตาอายุประมาณ 40-45
เดินชิลล์มาเรื่อยๆ แวะชมนกชมไม้มาแบบเซๆ
แล้วคาดว่าแกจะเมา (แต่ตอนนั้นเราคิดว่าบ้า)
แกก็เดินข้ามถนนจากฝั่งหน้าบ้านเรา
รถเกือบชนพี่แก... แต่แกก็ทำท่าโบกๆขอทางอะไรอย่างนั้น
รถฝั่งบ้านเราเบรกดังเอี๊ยดดดดดดดดดดดด
เราคิดในใจ "โชคดีที่ไม่ชน เฮือกกกกกกกกกกก"
มาป๊ะกันตรงเกาะกลางพอดี๊ พอดี T^T
ด้วยความกลัวก็เลยกระดึ๊บตัวเองผ่านพุ่มไม้เกาะกลางไป 2Step
พี่เค้าก็อยู่ทางขาวมือเราพอดี มองไปแทบไม่เห็นว่าเป็นคน
ด้วยความที่เค้าใส่เสื้อแขนยาว ตัวเล็กๆ ผอมๆ ใส่หมวกแก๊ป
แล้วเดินเซไปโซมา กอปรกับมันไม่เปิดไฟถนนเกาะกลาง
(ไฟที่มันเสาสูงสัก 10 เมตรหน่ะ ช่วงหน้าบ้าน 20 คู่ไม่เปิด)
ผับก็ไม่เปิดทั้งที่เวลามันเปิดก็รำคาญเสียงมันจะตาย (ห่า)
แต่วันนี้อยากให้มันเปิดแม่กกกกกก... กั๊วกลัว
พอจะข้ามอีกฝั่งก็เห็นป๊ากำลังขับรถมาจอดหน้าบ้าน
ก็เลยมองไปที่ป๊าแทน ... แล้วก็รอข้ามถนนไปบ้าน
พี่เมาก็เดิน 3 ก้าว ถอย 2 ก้าวไปเรื่อยๆ
เราก็เดินข้ามไปถึงหน้าบ้านแล้ว ... กำลังคุยกับพ่อ
รอพ่อเอารถเข้าบ้าน
ก็เลยหันกลับมมองพี่เค้า
หน้าตามีความสุขจากอารมณ์เคลิ้มๆ
เดินเซแซดๆๆ
โบกมือซ้ายขอทาง
ถนนไม่มีไฟ ทางมองไม่เห็น
รถเลนขวาวิ่งเร็ว
ทุกก้าวย่างฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
ความสุขของคนหาเช้ากินค่ำที่แสนธรรมดา
คงมีความสุขน่าดู...มองไปยิ้มไป
หันมาหาป๊า ... กำลังจะก้าวเข้าบ้าน
ปัง ... โครม ... เอี๊ยด
เสียงเหล่านั้นดังกังวาลเหมือนฟ้าผ่า
ตัวเราพุ่งไปข้างหน้าอัตโนมัติ
ภาพที่เห็นคือจังหวะของการก้าวลงถนนที่ไม่มั่นใจ
ซวนเซ แต่เชื่อว่ายังมีความสุขเคลือบฉาบไว้
รถกระบะคันสูงชนเต็มแรง ร่างกระเด็น หมวกปลิว
ป๊าคว้ามือเอาไว้อัตโนมัติเช่นกัน
รถกระบะเหมือนจะจอดชะลอทางซ้าย ... เพื่อดู
คิดในแง่ดีเผื่อเค้าจะช่วยพาส่งโรงพยาบาลฯ
ปากเราพร่ำบอกว่า "ป๊ามันชนคนๆๆๆๆๆๆ"
ป๊าบอก "หมามั้งลูก" ทั้งที่สายตาก็วิตก
"ไม่ใช่แน่ๆ หนูเพิ่งเดินสวนกับเค้าตอนข้ามมานี่"
"โครม .... กึ๊กๆๆๆๆ"
เราหันไปดูอีกที มีรถมาทับซ้ำ
แล้วรถทั้ง 2 คันที่ชนเค้าก็ออกตัวไปด้วยความเร็วสูง
หนีไปแล้ว ไปแล้ว หนีแล้ว ... เร็วมาก
ในใจคิด ... ต้องไปบอกรถที่มาข้างหลัง
เดี๋ยวทับเค้าอีก เผื่อเขาจะแค่เจ็บหนัก
เผื่อจะช่วยชีวิตเค้าทัน
เผื่อ .... รอด
พี่ข้างบ้านออกมาถามด้วยสีหน้าตระหนก
"เกิดอะไร?"
"รถชนคนข้ามถนน พี่ตู่ไปโบกรถหน่อย เดี๋ยวทับซ้ำ"
ป๊ายังไม่ยอมปล่อยเราออกจากมือ
พี่ตู่วิ่งข้ามถนนไปโบกรถให้จอด
เพราะสภาพที่เห็นนั่นเหมือนผ้าขี้ริ้วเก่าๆกองอยู่
มากกว่าจะคิดได้ว่าใต้ผ้านั่นมีร่างไร้วิญญานของมนุษย์
พี่ตู่โบกพร้อมตะโกนบอก "มีคนๆๆๆ อย่าชนๆๆๆ"
แป๊บเดียวรถกู้ภัย 2 คันก็มาถึง
ช่วยกันโบกขอทาง และให้ความสะดวกแก่รถที่ขับผ่าน
"ตายคาที่" เสียงชายคนนึงตะโกนบอกเพื่อนๆ
กั้นบริเวณที่เกิดเหตุ เก็บหมวกที่ปลิวกระเด็น
เราเดินข้ามไปมองศพชายคนนั้นที่เกาะกลางถนน
ตรงส่วนขา มีรอยขาดจากกัน ... ชิ้นส่วนตกไปอีกทิศ
ศพกับจุดเกิดเหตุ ห่างกัน 1 เสาไฟฟ้าพอดี
'ชีวิต...ตายง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ?' คิดในใจ
ทั้งหมดนั้นกินเวลาไม่ถึง 5 นาที
แต่เหมือนนานเป็นนิรันดร
หลังจากนั้นคนก็มาจากไหนไม่รู้เป็น 100
จากที่วังเวงและง่วงอยู่ ... หายไปหมดสิ้น
ความรู้สึกกังวลเข้ามาแทนที่ ประดังประเดมาหลายอย่าง
"โชคดีที่ไม่ใช่เรา" เป็นความรู้สึกแรกตามประสาคนเห็นแก่ตัว
และ "ถ้า ..... " หลายๆถ้าก็ตามมาเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ถ้าไฟเปิด ถ้าผับเปิด ถ้ารถไม่ขับเร็ว ถ้าไม่เมา
หรือแม้แต่ ... ถ้าเราจะมีน้ำใจพาเค้าข้ามไป ทั้งที่เห็นแล้วว่าเค้าเกือบโดนชนแล้วครั้งนึง
ถ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....
บอกป๊าขอยืนส่งเค้าจนเค้าเอาศพไป รพ.
กำนัน อาสาสมัคร ชาวบ้าน ตำรวจ
ออกมาคุยว่าเพราะอะไรไม่เปิดไฟ?
ไทยมุงคุยว่าเดินอีท่าไหนถึงโดนชน?
บางคนถามหาคนเห็นเหตุการณ์ ... ถามหารถที่ชน
เพิ่งได้รู้ว่าไฟนี่จะเปิดจะปิดเป็นเรื่องของการไฟฟ้าไม่ใช่เทศบาล
และไทยมุงนั้นมีมากและเร็วมาก แป๊บเดียวมาเป็น 100 คน
บ้างจอดรถเพื่อลงมาดู บ้างอุ้มลูกเล็กๆออกมาดู
ข้างบ้านตรงหัวมุมเดินมาถามเราว่าใคร?
"ไม่รู้ แต่คนที่ตัวเล็กๆ ใส่เสื้อยาวๆ ใส่หมวกแก๊ป"
"อ่อ ... เหรอเมื่อกี้ยังแหย่หมาเล่นอยู่หน้าบ้านพี่เลย ใครกันก็ไม่รู้เนอะ"
ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ... เห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ
แต่อย่างน้อยตอนแกไป แกก็คงมีความสุขเนอะ?
ก่อนข้ามถนนกลับมาอีกที...หันมานับ 4 คน
น้องชาย(ลูกพี่ตู่) หนุ่มน้อยอายุ 15 หายไปไหน?
ตอนแรกมันมี 5 คนนี่หว่า?
ทั้งที่พุ่งออกมาจากบ้านตามพ่อมาติดๆ
หันกลับไป...มองเข้าไปในบ้าน
นั่งดมยาดมอยู่ แล้วบอกว่า "น่ากลัว"
ไม่แปลกใจที่เป็นเช่นนั้น เพราะขนาดชายวัยฉกรรจ์หลายคน
ที่ขับรถผ่านมา เดินผ่านมา .... พอได้ยินว่า "ตายคาที่" ก็ชะงัก
ความอยากรู้อยากเห็น คึกคะนองก็หดหายไปตามๆกัน
ศพถูกเอาไปส่งโรงพยาบาล ออกหลักฐานการเสียชีวิต
ป๊าเอาน้ำมาให้ล้างหน้าก่อนกลับเข้าบ้าน...ตามความเชื่อ
เราไม่ง่วงอีกแล้ว สงสารเค้าจัง ... ชีวิตเปราะบางเหลือเกิน
ทั้งชีวิตนี่คนเราต้องพบความพลัดพรากกี่ครั้งกัน?
โทรหาเพื่อนสนิทกิกี้...เล่าว่าถีงบ้านแล้ว และเจออะไรมา
นอนไม่หลับ โทรหาเพื่อนสาวในบล็อคเหมือนที่เล่าให้ฟัง
หลับไปตอนเกือบตี 4 ครึ่งได้ ... ป๊าเดินมาปลุกตอน 6 โมง
ถามว่า "เมื่อเช้าพูดอะไร? ละเมอเหรอ?"
"ละเมอว่าอะไรป๊า?"
"อย่าชนๆๆๆๆ"
ปล.เช้าวันต่อมาข้างบ้านทั้งแถวไปทำบุญกันใหญ่ ขอให้ไปดีนะพี่นะ
และจนเมื่อคืนนี้ป๊าก็บอกว่ายังละเมอแบบนี้อยู่... T^T
ปล.มีคนส่งดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มมาให้ ... ลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้วาเลนไทน์
ขอบคุณนะคะ สำหรับความเป็นห่วงที่สม่ำเสมอมาตลอด

^
^
^
กิกี้ถาม :: เมิงมีแควนเป็นปลาวาฬเหรอ?
วิกิ :: อืม...เอ๊ะ... เปล่านะ...เป็นเงือก
-*-
เพลงรักโลกาภิวัฒน์ - Special Singer
ก็ยังรักคนๆหนึ่ง และก็ยังซึ้งกับคนๆนั้น
ซึ่งมันก็เหมือนเดิมทุกประการ ไม่ว่าจะเนิ่นนานสักเท่าไร
ก็ไม่คิดมีคนอื่น ต่อให้ปืนมาจ่อหัวใกล้ๆ
จะยืนจะยันว่ารักเธอจนตาย เป็นคนเดียวที่ได้ใจจากเรา
ถึงไม่ได้เป็นคนแรกของเธอ แค่ได้เป็นคนสุดท้ายก็เอา
อย่างน้อยชีวิตนี้ก็ไม่อายเขา ที่เรามีคนดีๆคอยห่วงใย
ยังไม่รู้วันข้างหน้า ว่าจะโลกาภิวัฒน์หรือไม่
แต่ความรักของเราที่ให้เธอไป จะนานเท่าไรก็ยังเหมือนเดิม
จะยืนจะยันว่ารักเธอจนตาย จะนานเท่าไรก็ยังเหมือนเดิม
#1 By หุ่นดีกันเถอะ on 2008-02-22 10:44