(รูปเยอะหน่อยนะคะ)

 

 

   

    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

   

  

เอ่อม...สวัสดีทุกท่านคะ
จริงๆอยากเล่าเรื่องไปงานสัปดาห์หนังสือก่อนนะคะ
แต่ว่า ณ จุดนี้กลัวลืม ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนละกันค่ะ


เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีความอยากไปงานสัปดาห์หนังสือขั้นรุนแรง
แล้วก็นัดเจ๊นก (พี่สาว) เอาไว้แล้วก็เลยนั่งรถเมล์ไป (ประหยัด)
เนื่องด้วยยานพาหานะที่ไปนั้นเป็นรถเมล์สีเหลือง
คันใหญ่ กระจกบานใหญ่ แอร์เย็น ... ก็เลยนั่งไปได้เรื่อยๆ
แต่...เท่านั้นยังไม่น่าสนใจพอที่กิจะเอามาเล่าให้ฟังชิมิล่า~~~





เพราะว่าเมื่อรถโดยสารนั้นเลยมาจากหัวลำโพง ก่อนเลี้ยวซ้าย 1 ป้าย
มีบุรุษหนุ่มนายนึงขึ้นมา ... ตอนแรกไม่มีใครคิดอะไร
(กิเองก็อ่านหนังสืออยู่ ไม่ทันได้มองอะไรใคร)
แต่หลังจากที่คุณพี่ขึ้นมาแล้วพูด ...


"พวกคุณอย่าไปประท้วงกับพวกมันนะ นายกท่านเป็นคนดี เพิ่งเข้ามายังไม่ทันได้แสดงผลงาน ... บลาๆๆๆๆ (และคำด่าทออีกมากมาย) ... ผมมีญาติเป็นข้าราชการผมรู้ดี ญาติผมข้าราชการทั้งนั้น (เพราะว่าญาติราชการนี่แหละ เราถึงเงยหน้าขึ้นไปมอง คิดในใจว่าทำไมมีแต่คนชอบอ้างคำว่าข้าราชการ)....ลงป้ายหน้า จอดด้วย"

อ่าว...คือจะขึ้นมาพูดแล้วก็ไปใช่ไหม?
ตอนแรกคิดว่าจะมีเลือกตั้งอะไรกันอีก เค้าคงมาหาเสียง ทุนน้อย
(มองโลกในแง่ดีจริงแม่คุ๊ณณณณณณณ)

แล้วไม่รู้ว่าเพราะวิตกจริตไป หรือ ว่าเพราะว่ารู้ตัว
คือปกติเราเป็นคนตาขวางๆ ไม่ยิ้มแล้วหน้าจะดุมาก
แล้วนิสัยบางอย่างทำให้เราไม่ค่อยหลบตาคนเท่าไหร่
เราก็มองหน้าเค้า แล้วมองแบบตั้งใจฟังมากๆๆๆๆๆ
.. ไม่ได้ตั้งใจจะมองหน้าหาเรื่อง -*-


ทีนี้พี่แกก็ลงไป เราก็มองตาม ... คนทั้งรถก็มองตาม
แต่เรานั่งอยู่ติดกระจก แถวที่ 3 นับจากประตูที่ 2
พอลงไปป๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
พี่แกก็ตาขวางๆ ด่าใครไม่รู้ (คงไม่ใช่เรา) ชี้ขึ้นมาบนรถ
แล้วก็บอกว่า ... "จะเอายังไง ลงมาเลย"
(คิดในใจ :: ไม่ใช่กุชิมิ? -..-)


หันซ้าย หันขวา ... เจอจอบ 2 อัน (คือตรงนั้นเค้ากำลังขุดท่ออะไรสักอย่าง)
พี่แกหยิบมา ... ง้าง .... คนทั้งรถที่มองพี่แกอยู่ ร้องพร้อมกันในลำคอโดยพร้อมเพรียงว่า "เฮ้ยยย"

เราพูดโดยอัตโนมัติไปว่า

 

"พี่ปิดประตู"
(-00-)/

  

คือไม่เข้าใจคนขับเหมือนกันว่าทำไมไม่ปิดประตูทั้งที่เค้าลงไปแล้ว
แล้วก็ไม่เข้าใจว่าจะหยุดรถรอให้พี่เค้าเอาจอบมาถลกกะบาลอิชั้นก่อน?
คือจริงๆเป้าหมายพี่เค้าเป็นไม่ใครไม่รู้ ... เพราะพี่เค้าตาขวางๆ(ยังจ้องอีก!!)
แต่ง้างจอบขึ้นมา ... คมจอบพอดีกะหน้าอิชั้นเลย -*-



แล้วคนขับรถเมล์ยังพูดว่า "แน่จริงมาเลย จะแจ้งตำรวจจับให้"
(//คิดในใจ:: แมนมาก!!! กว่าตำรวจจะจับได้ หัวกุยังอยู่ไหม?)











หลังจากที่เราและเพื่อนร่วมทั้งคนรถผ่านเวลา 2 นาทีนั้นมาได้
มีพี่ในรถคนนึงพูดว่า ...
"ไอ้โดนเรานะมันไม่เป็นไร แต่โดนเด็กสงสารมัน ไม่รู้เรื่องอะไร"
ข้างหน้าเรา 2 แถวมีเด็กประมาณ 10 ขวบอยู่ 1 คน (ซึ่งไม่ได้ใกล้วิถีจอบเลย =..= )
แล้วคนพูดนี่ก็แมนมาก นั่งไกลสุดเลย -*- ... กว่าจะถึงคุณพี่หน้าหนูจะเหลือไหม?


เมื่อก่อนแอบสงสัยว่าทำไมกระจกรถเมล์ ปอ. หรือรถทัวร์นี่มันหนาจัง
ลองเคาะๆดูรู้สึกว่ามันหน๊าหนา
... แต่พอเจอจอบง้างขนาดนี้ ไม่ไหวเหอะ T^T
... แทบจะร้องไห้

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket






เอาละคะมาเล่าเรื่องงานสัปดาห์หนังสือกันดีกว่าคะ
ตอนแรกกะว่าจะไปนั่งฟังสัมมนา..ที่ห้อง Meeting 1
แต่ว่า... วิกิน๊านนนน... ไม่รู้จักใครเลย
นอกจาก "พี่ชาลี" ที่เค้าก็ไม่รู้จักเรา
และ "พี่กนก" ซึ่งอยู่บนเวที -*-

ดังนั้นเลยนั่งไปเนียนๆได้สัก 10 นาที ... ไม่รู้จะคุยกับใคร
เพราะพี่สาวที่ไปด้วยกันก็ขอตัวออกไปเดินหาหนังสืออ่าน
โทรหาจูน(หรือจุนอิ=อุนจิ)ก็บอกว่าโดดงานมาไม่ได้(รักงานซะงั้น)
ไม่รู้จะทำอะไร ... ไปเดินหาหนังสืออ่านดีกว่า -..-

ระหว่างที่นั่งไปก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆจากมุมไกลๆ
คือ... นั่งมันมุมซ้ายสุด หลังสุดเลยทีเดียว
ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าจะมีแต่รูปไกลๆ และเป็นพี่ชาลีซะเยอะ -_-'
ส่วนคนที่รู้จักอีกคนคุณMintmintก็มาช้าซะ...จนไม่ได้ทักทายกัน
ส่วนคุรพี่ที่อยู่ข้างๆก็ได้ความตอนที่พี่ท่านทักคุณชาลีว่า
"สวัสดีครับพี่ชาลี ผมทิวสนครับ"
-*-



^
แอบถ่ายคุณทิวสนด้วย -/\- ขอโต๊ด

  

  




นอกนั้นก็เป็นรูปทั่วๆไปในงาน แวะทักคนนั้นคนนี้ไปมา
ไปดูคุณครูที่รักอย่างครูเล็ก ภัทราวดีเปิดตัวหนังสือ -_-'
ไปดูพี่เอ๋(นิ้วกลม)ที่ดำขึ้นแจกลายเซ็นที่บูท A Book
ไปดูคุณพนมเทียน นักเขียนรุ่นเก๋าแจกลายเซ็นบนเพชรพระอุมาเป็นกล่องๆ
และแอบไปดูคุณกนกแจกลายเซ็นและรอยยิ้มให้สาวๆ ...
... ว่าจะถามอยู่ว่าะแกเซ็นลายเซ็น หรือคัดลายมือ???

 

 

   

Photobucket

Photobucket

Photobucket
^
ชอบอันนี้ คิดชั้นเดียวง่ายๆ "อ่านมาก...ก็อ่านคล่อง"

Photobucket





และนี่คือบรรยากาศในห้อง Meeting 1 ของชาว oknation

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket 

 

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket 
^
พี่ชาลี เว๊บ OK Nation

Photobucket 

Photobucket 

Photobucket

^
ถ่ายมาทำไม? ... ไม่เห็นหน้าเห็นตา
55555+

  

   

  

 

 

ย้ายร่างไปดูงานข้างนอกกันมั่งดีกว่านะคะ
^^'

 

 

ก่อนไปขอดูแผนที่ก่อนนะคะ

  

 

มีหนังสือจากไต้หวันด้วย (อ่านไม่ออกเหอะ)

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

กนก รัตน์วงศ์สกุล ... กับหนังสือ "กนก ยามเย็น"

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แบร่ๆๆ 

  

Photobucket

    

หน้าตาคุณคริสเครียดมาก...กำลังถกเรื่องคนไทยไม่พูดภาษาอังกฤษ

Photobucket

  

ส่วนคนนี้ก็แอนดรู บิ๊กส์ ... สอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน
(ฝรั่ง 2 คนนี้ทำไมไม่มี"ผม" .. .เหมือนกัน)

   

 

เปิดตัวหนังสือของครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน

Photobucket
พิธีกร - ไชยวัฒน์ อนุตระกูลชัย
(ใครน๊า..ไม่เห็นจะรู้จัก ;P)

Photobucket

Photobucket

Photobucket

  

 

ไปบู๊ทของมติชนก็เจอคุณ "หนุ่มเมืองจันทร์"

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

  

   

 

บู๊ท ณ บ้านวรรณกรรมก็เจอคุณ "พนมเทียน"
ผู้เขียนเรื่องเพชพระอุมา
(ว่าจะอ่านหลายทีแต่ท้อ ... เยอะเหลือเกิน)

Photobucket

หน้าท่านดูมีความสุขมากๆจริงๆนะ 

Photobucket

   

  

 

บู๊ท A Book เจอคุณพี่เอ๋ ... นิ้วกลม

Photobucket 

แอบดูนิ้วกลมวาดรูปแฟนหนังสือ -*-

    

 

 

 

อยากได้ลายเซ็นตัวนี้ได้ไหม?
ชื่ออะไร "เคโรโระ" ?

Photobucket

  

แต่แอบชอบหนูน้อยหมวกแดง กับ หมาป่า คู่นี้
เป็นคู่ที่เล่นกันได้เพลินมากๆ ยืนดูกับเจ๊นกตั้งนาน

       

 

บู๊ทอมรินทร์ก็มีคุณหมอมาแจกลายเซ็น

Photobucket

    

 

 

 

ไปแอบดูคู่แม่ลูกคู่นี้ดีกว่า ... หนุ่มน้อยนี่จะ 2 ขวบวันที่ 29 นี้แล้ว

Photobucket

ชามนี่พอดีกับระดับสายตาเลยทีเดียว -*-
เราถามพี่นกว่าน้องเค้าตักอะไรมากิน เพราะเค้ามองไม่เห็น
พี่นกบอกว่า "ก็เหมือนหว่านแหไง ตักอะไรได้ก็กินอันนั้น"
-___-'

Photobucket

หน้าเหมือนพี่ชาลีเนอะ...หรือจะเป็นลูกพี่ชาลี?
-..-

Photobucket

บ๊ายบายคับผม ...


คุณแม่ถามคุณลูก "บ๊ายบายสิครับ"
คุณลูก "บ๊ายบาย"
คุณแม่ "ส่งจูบด้วย"
คุณลูก "ม๊วบ" (เบ้อเร่อ)
คุณแม่ "See you อะไรลูก"
คุณลูก "ตูม๊อโร่ว"

5555+
(พีนกแอบบ่นว่า "tomorrow มาไม่เจอละน่าดู")

Photobucket

  

คุณพี่คู่นี้ก็น่ารัก...

Photobucket

   

 

 

และนี่คืออาหารของ 2 พี่น้อง -*-

Photobucket

เจ๊นกบอกว่า "เดี๋ยวบ่นปวดท้องจะขำให้"
ไม่เห็นจะเผ็ดเลย ... ซี๊ดๆๆๆ

Photobucket

คือเราสองคนไมได้ตั้งใจจะไปซื้อหนังสือกันชิมิ?
ตั้งใจกินมาก ฮ่าๆๆๆๆ

Photobucket

       

   

และก่อนกลับ แวะไปหาพี่ๆที่รักที่ทีวีบูรพาก่อน
^^

  

     แล้วก็แวะไปสวัสดีพี่"เวียง วชิระ บัวสนธ์" ที่บู๊ทของสามัญชน

 

   

^
2 คนเสื้อเหลืองขวามือนี้มาด้วยกัน แต่ทำเป็นไม่รู้จัก
-*-

  

     

  

สรุปว่าได้หนังสือมา 3 เล่มถ้วน
ได้หนังสือน้อยเพราะมัวแต่ทักทายคนนั้นคนนี้ และ ถ่ายรูปเล่น
 

       

 

      

Photobucket

  

   

  

ไปละ... แว๊บบบบ

 


^
สิวยังไม่หายเลย
-..-

   

       

ปล.หลังจากว่างงานประจำมา 2 เดือน น้ำหนักขึ้น 15 กก.
อีก 1เดือนจะเอาลงให้ได้ 10 กก (บันทึกส่วนตัว)

               
               
                   
                 

เพลง เรื่องจริง
เนื้อร้อง-ทำนอง บอยด์ โกสิยพงศ์
ร้องโดย ธนชัย อุชชิน

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง

เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่
กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา ให้เธอ ได้ยิน

สำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

เข้าใจ หรือ ด้านชา?

posted on 04 Apr 2008 19:32 by a-walee

 

 

เสียดาย...ไปถีบหน้าคนที่อยากให้ถีบ
-_-'



วันนี้นั่งมองมือตัวเองที่โดนผึ้งต่อย -*-
เรื่องของเรื่องที่บ้านมีรังผึ้งอยู่ 1 รัง อยู่ตรงทางขึ้นบันได
ซึ่งรังนี้มันได้มาทำการสร้างเอาไว้เป็นเวลา 3 ปีก่าๆแล้ว
ยังจำความรู้สึกตอนครั้งแรกที่โดนผึ้งต่อยได้ ...


 

.... ตอนนั้นอายุไม่น่าจะเกิน 15 ปี
ร้องห่มร้องไห้เจียนตาย ป๊าโอ๋ซะจนหายเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งปวด
ไม่รู้ว่าต้องจัดการตัวเองยังไง เอาเหล็กในออกตรงไหน?

ครั้งต่อมาเจ็บน้อยลง ยังตกใจเหมือนเดิม ความปวดเริ่มจากหาย

จากครั้งนั้นเราจะมีเพื่อนเป็นผึ้งแวะมาเยี่ยมทุกปี
ต่อยจนจากปวดก็แค่เจ็บ เจ็บก็แค่แสบๆ แสบก็แค่คันๆ คันก็แค่รำคาญ
จนตอนนี้มันเหมือนไร้ความรู้สึกไปแล้วนะ ...
ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่คัน แค่รู้สึกเฉยๆว่ามันบวม!!!!

จนกระทั้งเวลาของชัวิตได้สอนให้เรียนรู้ว่าควรจัดการมันยังไง
เอาเหล็กในออกแบบไหนไม่ให้อีกมือเจ็บไปด้วย
ต้องทายาแบบไหนไม่ให้มันอักเสบนานเกินไป
จนถึงต้องระวังไงไงไม่ให้โดนต่อยอีกครั้งต่อไป

ถึงแม้บางเรื่องที่เรามีประสบการณ์แล้ว เจ็บแล้ว
... ก็ไม่ได้รับประกันว่าเราจะไม่เจ็บซ้ำแบบเดิมนี่นา
... ภูมิคุ้มกันมันหายไปได้ เมื่อเราไม่ได้โดนต่อยทุกวัน
... จริงมะ?


แล้วอยู่ดีๆพอตอนที่เห็นว่าตัวเองไร้ความรู้สึกกับเรื่องนี้
กลับมาย้อนคิดถึงอะไรหลายเรื่องในชีวิต ...
... เรื่องที่คนหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว
... ความรู้สึก


เมื่อวันก่อนไปกินอาหารอิตาเลี่ยนกับพี่นก(พี่สาวที่น่ารัก)
จำไม่ได้ว่าคุยกันเรื่องอะไรมาก่อน เพราะคุยกันเยอะมากจริงๆ
แล้วก็มาพูดถึงเรื่องละครกันว่าเดี๋ยวนี้คนเรารู้สึกกันน้อยลง
อาจเพราะเราไม่ต่อยมีเวลา ... ไม่มีเวลาและก็ไม่มีความซาบซึ้ง

อย่างเมื่อก่อนเวลาที่เราดูละครโทรทัศน์กัน
เรายังมีเวลาที่จะมซาบซึ้งว่าตัวละครน่าสงสาร น่าหมั่นไส้เพียงไร
จะว่าเพราะโตขึ้นก็ไม่น่าใช่ .. เพราะผู้ใหญ่สมัยก่อนก็ซาบซึ้งนะ


จำได้ว่าเดือนที่แล้วตอนนั่งดูนางทาส ... ป๊าถามว่า
"ดูเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว ดูซ้ำๆอยู่ได้"


... นั่นสิแปลกเนอะที่ดูมากี่รอบแล้ว ก็ยังชอบรุ่นมลฤดีอยู่ดี
... ชอบทั้งที่จำไม่ได้ว่าเค้าแสดงได้ดียังไง
... แต่ชอบเพราะมันฝังใจ
... เพราะตอนนั้นได้มีเวลาดื่มด่ำมากกว่า



เหตุการณ์ทุกย่างที่เกิดขึ้นในช่วง 2 - 3 ปีหลังนี้เกิดจากความชาชินหรือเปล่านะ?
เพราะคนเราโตขึ้นจริงเหรอ ถึงไมรู้สึกกับอะไรใดๆทั้งนั้น
... จริงเหรอ?


หรือว่าแท้จริงแล้วนี่เป็นแค่กระบวนการของการปกป้องตัวเอง?
การโตขึ้นกับความชาชินหัวใจมันต่างกันเยอะเลยนะ
การโตขึ้นหมายถึงเราจะมีวุฒิภาวะ มีความยับยั้งชั่งใจ
แต่ความชาชินหมายถึงเราจะไม่สนใจใคร ไม่แคร์

แล้วถ้าโลกของเรามีแต่คนแบบหลัง ... จะอยู่กันยังไง?

ประเทศเรามีแต่คนชอบ"แถ"มากพออยู่แล้ว
เราไมได้รับไม่ได้เรื่องการโกหก ตอแหล เพียงแต่ ...
... อย่าให้มันเป็นแบบนั้นทุกลมหายใจเข้าออกเลย
... อย่างน้อยขอความจริงใจกันบ้าง
... โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะเนอะ





มีเรื่องของคนโกหกคนนึงที่น่าสนใจมาก ... แต่จะเล่าวันหลัง
เพราะอย่างน้อยเค้าก็มีแง่ดี ... ดีที่ทำให้เราหลายคนในนี้รู้จักกัน
และก็อย่างที่ใครบางคนบอกเค้าดีเพราะไม่เคยด่าใครต่อหน้าเลย
.... เพราะเขามักจะเอาไปด่าลับหลังตลอดเวลา
.... ยกเว้นเราที่โดนทั้งต่อหน้าและลับหลัง เค้าว่าเรา"โรคจิต" (แล้วมาคุยกะกุทำไม?)
.... อย่างว่าคนแบบนี้ "ฉลาดลึก โง่กว้าง"

พูดถึงเรื่องโกหกไม่โกหกนี่ก็เหมือนกัน
ดูเรื่องโดดถีบหน้ากันในสภา ... นึกอยู่อย่างนึง
เรื่องนี้คนสองคนเล่า เหมือนหนังคนละม้วน
... ต้องมีคนนึงโกหก


เรื่องถีบกันหรือไม่ถีบนั่นอีกเรื่องนึง
แต่เชื่อเถอะว่าจะดีแน่ๆถาเรามาหาคนโกหกกัน ...
... หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ถูกปล่อยให้หายไป เหมือนลมตด
... ปู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 





แล้วเมื่อเช้าไปตลาดมาได้ยินประโยคนึงจากคนขาลอตเตอรี่พูดว่า...
"ห่า กูให้เข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ เสือกมาแก้รัฐธรรมนูญ"
.... พูดถึงใครกัน?







พูดมาทั้งหมดนี่เรื่องของความรู้สึกล้วนๆเลยคะ
ไม่ได้อยากอวดว่าตัวเองช่างรู้สึก...แต่อยากให้ตัวเองไม่ลืมว่ามีความรู้สึก
ทั้งเรื่องภาคใต้ เรื่องสงคราม เรื่องการเมือง เรื่องเด็กถูกข่มขืน เรื่องรถติด
เรื่องการศึกษาของเด็กไทย ... อย่ามองแค่มักง่ายว่าไม่ใช่เรื่องของเรา
ในเมื่อเราทุกคนยังอยู่บนโลกเดียวกัน

 

 

 

 

 

 



ปล.เสื้อนาโนรับสงกรานต์นั่นไม่เห็นจำเป็นเลยนะเราว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า พัฒนาประเทศชาติ ถ้าไม่อยากเปียกก็ไม่ต้องออกมาจากบ้านก็สิ้นเรื่อง .. สงกรานต์มันต้องเปียก

ปล.อยากได้ชุดนี้ ถึงแม้ใส่แล้วจะไม่สวยเหมือนเค้าก็เหอะ

http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=3230
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=480
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=2592
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=2571
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=3074
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=3175
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=2486
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=2539
http://www.cct-fashion.com/index_eproduct_view.php?products_id=2489

อ้วนแต่จะใส่ .. มีตังค์ซื้อ ... มั่นใจ ... ใครจะทำไม....จริงมะ?
(ฮันนี๊บอกว่า "เยอะเกินนะคะเบ๋บี๋" "อ่าวเหรอ?" -_-')


แต่คงไม่ถึงขั้นนี้นะคะ ... กลัว
http://www.nhlbi.nih.gov/health/hearttruth/events/mbfw.htm

ส่วนใครอยากแต่งงานไปลองชุดแต่งงานเล่นๆได้ที่นี่
http://www.dressupgirl.net/dressup/311/Simple-and-Attractive-Wedding-Dresses.html
หรือจะไปเลือกชุดอื่นๆที่ http://www.dressupgirl.net/category/Girls-Dressup/1.html
ขำขำหน่า ... นะ

 

 


เพลงเจ็บพอแล้ว - กอล์ฟ เบญจพล

เดี๋ยวก็รัก เดี๋ยวก็ทิ้ง กันไม่ใยดี
ที่เป็นแบบนี้มันเพลียหัวใจรู้หรือเปล่า
เธออยากไป เธอก็ทิ้ง ให้ฉันเหงาเพียงลำพัง
ไม่รู้ว่ามัน จะดีจะร้าย ก็แล้วแต่เธอ
รักก็รัก แต่ทรมานเหลือเกิน ไม่รู้จะทนได้อีกแค่ไหน

เจ็บพอแล้ว เลิกลากันเลยได้ไหม
ขอฉันมีชีวิตใหม่ อย่าเหนี่ยวอย่ารั้งปล่อยฉันสักที
เจ็บพอแล้ว จบ ๆ กันไปได้ไหม ขอสักที
อย่าฆาตกรรมหัวใจฉันเลยคนดี

เธอจะเอาอะไรก็ทำตามที่เธอต้องการ
ไม่เคยห่วงฉัน มีเพียงสัมพันธ์ที่มันเปราะบาง
ทำได้แค่หวัง ว่าอีกไม่นาน จะเห็นความสำคัญ
ก็ได้แต่ฝัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหัวใจเธอ

 

 

 

เพลง เรื่องจริง
เนื้อร้อง-ทำนอง บอยด์ โกสิยพงศ์
ร้องโดย ธนชัย อุชชิน

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

 

 

   

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วเอเชียเมื่อดาราหนุ่มหล่ออย่างเฉินกวานซี ถูกมือดีฉกภาพบนเตียงกับนักร้องสาวออกแพร่ทั่วอินเทอร์เน็ต งานนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายคนที่ชอบถ่ายคลิปแล้วมั่นใจว่ายังไงก็ไม่มีทางหลุดไปให้สังคมภายนอกได้รับรู้
 

ล่าสุดพี่ประสิทธิ์ บรรณาธิการที่ปรึกษาของคอมพิวเตอร์.ทูเดย์ได้ไปออกรายการกับคุณมดดำทางช่อง 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และก็ได้นำประเด็นนี้ไปพูดคุยในรายการ ปรากฏว่าในวันจันทร์ถัดมาได้มีอีเมล์ส่ง (กระหน่ำ) เข้ามาถามรายละเอียดเพิ่มเติมถึงหนทางป้องกันไม่ให้คลิปที่ถ่ายไว้หลุดไป เห็นเพื่อนๆ อยากรู้กันมากขนาดนี้ นายเกาเหลาก็ขอตอบเลยแล้วกันครับ

ปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับการกู้ไฟล์ให้โหลดมาใช้อยู่เยอะแยะเต็มไปหมดในอินเทอร์เน็ต (อาทิ PC Inspector File Recovery: www.pcinspector.de) ซึ่งวิธีการก็ใช้งานง่าย (นายเกาเหลาเคยแนะนำวิธีไปแล้ว) จะว่าไปผู้ผลิตโปรแกรมเขาก็มีความประสงค์ดีที่จะผลิตโปรแกรมเพื่อช่วยคนเดือดร้อนที่เผลอลบข้อมูลไปโดยไม่ตั้งใจ แต่ก็อย่างว่าแหละ สังคมโลกมักมีพวกหัวหมอเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายเกาเหลาเลยขอแนะนำ 5 วิธีป้องกันคลิป (ฉาว) หลุด งานนี้นายเกาเหลาขอออกแรงรับรองผล 1000% เลยครับ

วิธีที่ 1

ไม่นำรูปหรือคลิป (ที่ไม่เหมาะสม) ของตัวเองไปโพสในเว็บสาธารณะ อาทิ hi5 เพราะภาพที่แสดงบนหน้าจอทุกภาพเราสามารถคลิกขวาแล้วเลือก Save Picture As เก็บไว้ดูเล่น และถึงแม้มีเว็บไซต์บางแห่งบอกกับคุณว่ามีระบบป้องกันการ ก๊อบปี้รูป เช่นห้ามคลิกขวา แต่ก็อย่างที่เราทราบว่าเมื่อมีคน (ป้อง) กัน ก็ต้องมีคนแก้ เพราะเดี๋ยวนี้มีโปรแกรมสำหรับจับภาพที่แสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่าง SnagIt (www.techsmith.com) ที่สามารถเก็บทุกรายละเอียดทั้งแบบภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว นั่นก็แสดงว่านอกจากภาพบนหน้าจอที่เห็นแล้ว หากคุณแชตกับเพื่อนแล้วเปิดกล้อง โปรแกรมนี้ก็สามารถบันทึกภาพที่ปรากฏผ่านกล้องเว็บแคม แล้วเก็บไฟล์คลิปได้ด้วยเช่นกัน

วิธีที่ 2

ก่อนนำมือถือไปซ่อม แนะนำให้ถอดเมมโมรีการ์ดที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลออกมา ส่วนข้อมูลที่บันทึกอยู่ในตัวเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ควรฮาร์ดรีเซ็ต (คล้ายๆ กับการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์) ซึ่งมือถือแต่ละรุ่นจะมีวิธีการที่แตกต่างกันไป แนะนำให้อ่านวิธีจากคู่มือที่แถมมากับตัวเครื่อง

วิธีที่ 3

กล้องดิจิตอลซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการถ่ายภาพที่แสนสะดวก ทุกครั้งที่คุณกดปุ่มเพื่อถ่ายภาพ ไฟล์จะถูกเขียนลงบนเมมโมรีการ์ด ดังนั้นหากกล้องของคุณเสีย ก่อนส่งไปซ่อมคุณก็ควรถอดเอาเมมโมรีการ์ดออกมาก่อนที่จะส่งไปซ่อมที่ร้านหรือศูนย์ซ่อม เพราะถึงยังไงที่ศูนย์ซ่อมเขาก็ต้องมีการ์ดสำรองเพื่อใช้ในการซ่อมอยู่แล้ว

วิธีที่ 4

ใช้ซอฟต์แวร์สำหรับการลบไฟล์แบบถาวร จริงๆ แล้วมีผู้รู้ให้คำแนะนำกันมาหลากหลายวิธี อาทิ ฟอร์แมตตัวเก็บข้อมูล แต่เนื่องจากมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยกู้ไฟล์คืนกลับมาได้ ดังนั้นการฟอร์แมตจึงไม่ใช่วิธีการลบไฟล์อย่างถาวร ผู้รู้บางคนก็แนะนำว่าให้เขียนข้อมูลให้เต็มการ์ดความจำ แล้วลบและเขียนทับซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบ วิธีการนี้ก็ไม่สามารถรับประกันว่าเซียนคอมพ์จะกู้กลับมาไม่ได้

ส่วนการลบไฟล์หรือคลิปแบบถาวรในแบบที่กู้คืนกลับมาไม่ได้ เราจะต้องใช้โปรแกรมประเภทลบถาวรมาใช้ลบไฟล์ ซึ่งก็มีด้วยกันหลายโปรแกรม (บางที่ก็เรียกว่า Wipe Program) มีทั้งแบบฟรี และเสียเงิน โดยสามารถใช้กับการ์ดหน่วยความจำต่างๆ เช่น CF Card, Flash Drive, SD Card เป็นต้น

สำหรับโปรแกรมแบบที่โหลดฟรีจะมีลักษณะการทำงานแบบลบทีละไฟล์ หรือหลายๆ ไฟล์พร้อมกัน โดยจะเป็นการลบแล้วจัดเรียงข้อมูลใหม่ ซึ่งเมื่อมีการกู้ข้อมูลจะพบว่ามีข้อมูลที่ถูกลบไปอยู่ และสามารถกู้ขึ้นมาได้ แต่จะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ โปรแกรมในกลุ่มนี้มีหลายตัว เช่น Eraser (www.heidi.ie/eraser), Free wipe wizard (http://wizardrecovery.com/free_wipe/free_wipe_wizard.php) หรือ Blowfish Advanced CS (www.lassekolb.info/bfacs.htm)

นายเกาเหลาขอยกตัวอย่างโปรแกรม Blowfish Advanced CS วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ แค่ดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งในเครื่องจากนั้นก็เปิดโปรแกรมขึ้นมา เลือกไดรฟ์ที่ต้องการลบถาวร จากนั้นให้เลือกไฟล์ที่ต้องการลบ สุดท้ายก็สั่ง Wipe (Ctrl+W) เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

 

ทางด้านโปรแกรมเสียตังค์ จะมีความสามารถในการลบที่ดีกว่าพวกฟรีแวร์ โดยหลังจากที่ติดตั้งไฟล์โปรแกรมลงไปแล้วจะสามารถสั่งลบไฟล์ที่อยู่ในไดรฟ์ต่างๆ ได้ทั้งหมด และไม่สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้เลย แม้แต่ไฟล์เดียว โปรแกรมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Media Wiper (http://www.whitecanyon.com/download-identity-theft-software.php) วิธีการใช้งานนายเกาเหลาไม่ขอพูดถึง ใครอยากรู้ว่าดีแค่ไหนก็ลองซื้อมาใช้เองครับ

วิธีที่ 5

ไม่ถ่าย สั้นๆ ง่ายๆ เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องกังวลใจปวดหัวกับปัญหาที่จะตามมา เพราะความลับไม่มีในโลก ดังนั้นถึงคุณจะหาทางป้องกันปิดบังมากแค่ไหน หากถึงวันซวย ภาพหรือคลิปเหล่านั้นก็สามารถออกมาประจานคุณได้อย่างแน่นอนครับ


โดย นายเกาเหลา

     

 

ขอบคุณที่มาอย่าง ::: http://www.naitam.com/naitam-toy/view.php?id=220

       

 

 

      

เพลง เช้าวันใหม่ - พีช & มะเดี่ยว

เพียงลืมตาเมื่อพบกับวันใหม่
ที่ดูสดใสและสวยงามกว่า
ได้ยินเสียงนกน้อยร้องทักทาย
ถามว่าวันนี้ทำไม ถึงดูดีแปลกตา

จึงบอกว่า...เช้าทุกเช้าของวันหนึ่งวันถ้าเราตั้งความหวัง
ให้ใจมีพลัง ทุกอย่างจะดีขึ้นมากมาย

ในยามเช้า เริ่มวันให้ดีทั้งใจกาย
ทุกทางที่เราไปจะพบสิ่งไหนก็สวยงาม

ไม่ว่าจะท้องฟ้า ต้นไม้ สายลมบางเบา
แดดยามเช้าอันแสนอุ่น โลกที่หมุนให้เราไปพบได้เจอ
กับวันนี้ที่สดใส อะไรก็สวยงาม ชา ดา ด้า ดา ด่า ด้า ~~~
ออกมาพบเรื่องราวสุขสันต์ด้วยกันในวันใหม่

เธอรู้ไหมเช้าทุกเช้าในวันหนึ่งวัน ที่ฉันมีความหวัง
เพราะเธอคือพลังให้ฉันนั้นได้ก้าวไป

เพียงเธอยิ้ม(เพียงเธอยิ้ม)โลกก็งามขึ้นทันใด
เมื่อเห็นก็เข้าใจว่าความสุขนั้นก็คือ ...

ทุกครั้งที่เธอยิ้ม เธอหัวเราะ หรือว่าร้องเพลง
แค่ตรงนี้มีเธออยู่ โลกจะหมุนจะเวียน เปลี่ยนถึงเมื่อไหร่
ไม่ว่าจะทุกข์ สุขสันต์กันอีกเท่าไร
แค่(ขอ)ตรงนี้มีเธอใกล้ อยู่ในเช้าวันใหม่ของเธอกับฉันเท่านั้นพอ

ในยามเช้าจะจึงสดใส ชา ด่า ด๊า ดา~~~
แค่ตรงนี้มีเธออยู่ แค่ตรงนี้มีเธอกับฉันด้วยกัน
ในยามเช้าจะสดใส ชา ด่า ด๊า ดา~~~
ขอตรงนี้มีเธอใกล้อยู่ในเช้าวันใหม่ของเธอกับฉันเท่านั้นพอ