แอบถ่ายงาน Meeting oknation # 2 + เดินเล่นงาน Book Fair
posted on 09 Apr 2008 12:57 by a-walee
เอ่อม...สวัสดีทุกท่านคะ
จริงๆอยากเล่าเรื่องไปงานสัปดาห์หนังสือก่อนนะคะ
แต่ว่า ณ จุดนี้กลัวลืม ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนละกันค่ะ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีความอยากไปงานสัปดาห์หนังสือขั้นรุนแรง
แล้วก็นัดเจ๊นก (พี่สาว) เอาไว้แล้วก็เลยนั่งรถเมล์ไป (ประหยัด)
เนื่องด้วยยานพาหานะที่ไปนั้นเป็นรถเมล์สีเหลือง
คันใหญ่ กระจกบานใหญ่ แอร์เย็น ... ก็เลยนั่งไปได้เรื่อยๆ
แต่...เท่านั้นยังไม่น่าสนใจพอที่กิจะเอามาเล่าให้ฟังชิมิล่า~~~
เพราะว่าเมื่อรถโดยสารนั้นเลยมาจากหัวลำโพง ก่อนเลี้ยวซ้าย 1 ป้าย
มีบุรุษหนุ่มนายนึงขึ้นมา ... ตอนแรกไม่มีใครคิดอะไร
(กิเองก็อ่านหนังสืออยู่ ไม่ทันได้มองอะไรใคร)
แต่หลังจากที่คุณพี่ขึ้นมาแล้วพูด ...
"พวกคุณอย่าไปประท้วงกับพวกมันนะ นายกท่านเป็นคนดี เพิ่งเข้ามายังไม่ทันได้แสดงผลงาน ... บลาๆๆๆๆ (และคำด่าทออีกมากมาย) ... ผมมีญาติเป็นข้าราชการผมรู้ดี ญาติผมข้าราชการทั้งนั้น (เพราะว่าญาติราชการนี่แหละ เราถึงเงยหน้าขึ้นไปมอง คิดในใจว่าทำไมมีแต่คนชอบอ้างคำว่าข้าราชการ)....ลงป้ายหน้า จอดด้วย"
อ่าว...คือจะขึ้นมาพูดแล้วก็ไปใช่ไหม?
ตอนแรกคิดว่าจะมีเลือกตั้งอะไรกันอีก เค้าคงมาหาเสียง ทุนน้อย
(มองโลกในแง่ดีจริงแม่คุ๊ณณณณณณณ)
แล้วไม่รู้ว่าเพราะวิตกจริตไป หรือ ว่าเพราะว่ารู้ตัว
คือปกติเราเป็นคนตาขวางๆ ไม่ยิ้มแล้วหน้าจะดุมาก
แล้วนิสัยบางอย่างทำให้เราไม่ค่อยหลบตาคนเท่าไหร่
เราก็มองหน้าเค้า แล้วมองแบบตั้งใจฟังมากๆๆๆๆๆ
.. ไม่ได้ตั้งใจจะมองหน้าหาเรื่อง -*-
ทีนี้พี่แกก็ลงไป เราก็มองตาม ... คนทั้งรถก็มองตาม
แต่เรานั่งอยู่ติดกระจก แถวที่ 3 นับจากประตูที่ 2
พอลงไปป๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
พี่แกก็ตาขวางๆ ด่าใครไม่รู้ (คงไม่ใช่เรา) ชี้ขึ้นมาบนรถ
แล้วก็บอกว่า ... "จะเอายังไง ลงมาเลย"
(คิดในใจ :: ไม่ใช่กุชิมิ? -..-)
หันซ้าย หันขวา ... เจอจอบ 2 อัน (คือตรงนั้นเค้ากำลังขุดท่ออะไรสักอย่าง)
พี่แกหยิบมา ... ง้าง .... คนทั้งรถที่มองพี่แกอยู่ ร้องพร้อมกันในลำคอโดยพร้อมเพรียงว่า "เฮ้ยยย"
เราพูดโดยอัตโนมัติไปว่า
"พี่ปิดประตู"
(-00-)/
คือไม่เข้าใจคนขับเหมือนกันว่าทำไมไม่ปิดประตูทั้งที่เค้าลงไปแล้ว
แล้วก็ไม่เข้าใจว่าจะหยุดรถรอให้พี่เค้าเอาจอบมาถลกกะบาลอิชั้นก่อน?
คือจริงๆเป้าหมายพี่เค้าเป็นไม่ใครไม่รู้ ... เพราะพี่เค้าตาขวางๆ(ยังจ้องอีก!!)
แต่ง้างจอบขึ้นมา ... คมจอบพอดีกะหน้าอิชั้นเลย -*-
แล้วคนขับรถเมล์ยังพูดว่า "แน่จริงมาเลย จะแจ้งตำรวจจับให้"
(//คิดในใจ:: แมนมาก!!! กว่าตำรวจจะจับได้ หัวกุยังอยู่ไหม?)
หลังจากที่เราและเพื่อนร่วมทั้งคนรถผ่านเวลา 2 นาทีนั้นมาได้
มีพี่ในรถคนนึงพูดว่า ... "ไอ้โดนเรานะมันไม่เป็นไร แต่โดนเด็กสงสารมัน ไม่รู้เรื่องอะไร"
ข้างหน้าเรา 2 แถวมีเด็กประมาณ 10 ขวบอยู่ 1 คน (ซึ่งไม่ได้ใกล้วิถีจอบเลย =..= )
แล้วคนพูดนี่ก็แมนมาก นั่งไกลสุดเลย -*- ... กว่าจะถึงคุณพี่หน้าหนูจะเหลือไหม?
เมื่อก่อนแอบสงสัยว่าทำไมกระจกรถเมล์ ปอ. หรือรถทัวร์นี่มันหนาจัง
ลองเคาะๆดูรู้สึกว่ามันหน๊าหนา
... แต่พอเจอจอบง้างขนาดนี้ ไม่ไหวเหอะ T^T
... แทบจะร้องไห้
เอาละคะมาเล่าเรื่องงานสัปดาห์หนังสือกันดีกว่าคะ
ตอนแรกกะว่าจะไปนั่งฟังสัมมนา..ที่ห้อง Meeting 1
แต่ว่า... วิกิน๊านนนน... ไม่รู้จักใครเลย
นอกจาก "พี่ชาลี" ที่เค้าก็ไม่รู้จักเรา
และ "พี่กนก" ซึ่งอยู่บนเวที -*-
ดังนั้นเลยนั่งไปเนียนๆได้สัก 10 นาที ... ไม่รู้จะคุยกับใคร
เพราะพี่สาวที่ไปด้วยกันก็ขอตัวออกไปเดินหาหนังสืออ่าน
โทรหาจูน(หรือจุนอิ=อุนจิ)ก็บอกว่าโดดงานมาไม่ได้(รักงานซะงั้น)
ไม่รู้จะทำอะไร ... ไปเดินหาหนังสืออ่านดีกว่า -..-
ระหว่างที่นั่งไปก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆจากมุมไกลๆ
คือ... นั่งมันมุมซ้ายสุด หลังสุดเลยทีเดียว
ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าจะมีแต่รูปไกลๆ และเป็นพี่ชาลีซะเยอะ -_-'
ส่วนคนที่รู้จักอีกคนคุณMintmintก็มาช้าซะ...จนไม่ได้ทักทายกัน
ส่วนคุรพี่ที่อยู่ข้างๆก็ได้ความตอนที่พี่ท่านทักคุณชาลีว่า
"สวัสดีครับพี่ชาลี ผมทิวสนครับ"
-*-

^
แอบถ่ายคุณทิวสนด้วย -/\- ขอโต๊ด
นอกนั้นก็เป็นรูปทั่วๆไปในงาน แวะทักคนนั้นคนนี้ไปมา
ไปดูคุณครูที่รักอย่างครูเล็ก ภัทราวดีเปิดตัวหนังสือ -_-'
ไปดูพี่เอ๋(นิ้วกลม)ที่ดำขึ้นแจกลายเซ็นที่บูท A Book
ไปดูคุณพนมเทียน นักเขียนรุ่นเก๋าแจกลายเซ็นบนเพชรพระอุมาเป็นกล่องๆ
และแอบไปดูคุณกนกแจกลายเซ็นและรอยยิ้มให้สาวๆ ...
... ว่าจะถามอยู่ว่าะแกเซ็นลายเซ็น หรือคัดลายมือ???
^
ชอบอันนี้ คิดชั้นเดียวง่ายๆ "อ่านมาก...ก็อ่านคล่อง"
และนี่คือบรรยากาศในห้อง Meeting 1 ของชาว oknation
^
ถ่ายมาทำไม? ... ไม่เห็นหน้าเห็นตา
55555+
ย้ายร่างไปดูงานข้างนอกกันมั่งดีกว่านะคะ
^^'
ก่อนไปขอดูแผนที่ก่อนนะคะ
มีหนังสือจากไต้หวันด้วย (อ่านไม่ออกเหอะ)
กนก รัตน์วงศ์สกุล ... กับหนังสือ "กนก ยามเย็น"
แบร่ๆๆ
หน้าตาคุณคริสเครียดมาก...กำลังถกเรื่องคนไทยไม่พูดภาษาอังกฤษ
ส่วนคนนี้ก็แอนดรู บิ๊กส์ ... สอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน
(ฝรั่ง 2 คนนี้ทำไมไม่มี"ผม" .. .เหมือนกัน)
เปิดตัวหนังสือของครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน
พิธีกร - ไชยวัฒน์ อนุตระกูลชัย
(ใครน๊า..ไม่เห็นจะรู้จัก ;P)
ไปบู๊ทของมติชนก็เจอคุณ "หนุ่มเมืองจันทร์"
บู๊ท ณ บ้านวรรณกรรมก็เจอคุณ "พนมเทียน"
ผู้เขียนเรื่องเพชพระอุมา
(ว่าจะอ่านหลายทีแต่ท้อ ... เยอะเหลือเกิน)
หน้าท่านดูมีความสุขมากๆจริงๆนะ
บู๊ท A Book เจอคุณพี่เอ๋ ... นิ้วกลม
แอบดูนิ้วกลมวาดรูปแฟนหนังสือ -*-
อยากได้ลายเซ็นตัวนี้ได้ไหม?
ชื่ออะไร "เคโรโระ" ?
แต่แอบชอบหนูน้อยหมวกแดง กับ หมาป่า คู่นี้
เป็นคู่ที่เล่นกันได้เพลินมากๆ ยืนดูกับเจ๊นกตั้งนาน
บู๊ทอมรินทร์ก็มีคุณหมอมาแจกลายเซ็น
ไปแอบดูคู่แม่ลูกคู่นี้ดีกว่า ... หนุ่มน้อยนี่จะ 2 ขวบวันที่ 29 นี้แล้ว
ชามนี่พอดีกับระดับสายตาเลยทีเดียว -*-
เราถามพี่นกว่าน้องเค้าตักอะไรมากิน เพราะเค้ามองไม่เห็น
พี่นกบอกว่า "ก็เหมือนหว่านแหไง ตักอะไรได้ก็กินอันนั้น"
-___-'
หน้าเหมือนพี่ชาลีเนอะ...หรือจะเป็นลูกพี่ชาลี?
-..-
บ๊ายบายคับผม ...
คุณแม่ถามคุณลูก "บ๊ายบายสิครับ"
คุณลูก "บ๊ายบาย"
คุณแม่ "ส่งจูบด้วย"
คุณลูก "ม๊วบ" (เบ้อเร่อ)
คุณแม่ "See you อะไรลูก"
คุณลูก "ตูม๊อโร่ว"
5555+
(พีนกแอบบ่นว่า "tomorrow มาไม่เจอละน่าดู")
คุณพี่คู่นี้ก็น่ารัก...
และนี่คืออาหารของ 2 พี่น้อง -*-
เจ๊นกบอกว่า "เดี๋ยวบ่นปวดท้องจะขำให้"
ไม่เห็นจะเผ็ดเลย ... ซี๊ดๆๆๆ
คือเราสองคนไมได้ตั้งใจจะไปซื้อหนังสือกันชิมิ?
ตั้งใจกินมาก ฮ่าๆๆๆๆ
และก่อนกลับ แวะไปหาพี่ๆที่รักที่ทีวีบูรพาก่อน
^^
แล้วก็แวะไปสวัสดีพี่"เวียง วชิระ บัวสนธ์" ที่บู๊ทของสามัญชน
^
2 คนเสื้อเหลืองขวามือนี้มาด้วยกัน แต่ทำเป็นไม่รู้จัก
-*-
สรุปว่าได้หนังสือมา 3 เล่มถ้วน
ได้หนังสือน้อยเพราะมัวแต่ทักทายคนนั้นคนนี้ และ ถ่ายรูปเล่น
ไปละ... แว๊บบบบ
ปล.หลังจากว่างงานประจำมา 2 เดือน น้ำหนักขึ้น 15 กก.
อีก 1เดือนจะเอาลงให้ได้ 10 กก (บันทึกส่วนตัว)
เพลง เรื่องจริง
เนื้อร้อง-ทำนอง บอยด์ โกสิยพงศ์
ร้องโดย ธนชัย อุชชิน
เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ
เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่
กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ
ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา ให้เธอ ได้ยิน
สำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย
ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ












































